บริการงานพิมพ์
สินค้าเหมือนกัน แต่ทำไมอีกแบรนด์ดูหรูกว่า? เทคนิคใช้กล่องแพ็กเกจจิ้งดูแพง แม้งบน้อย
รวมเทคนิคออกแบบกล่องแพ็กเกจจิ้ง ทำกล่องสินค้าให้ดูแพงแม้งบน้อย ตั้งแต่ขนาด สี ฟอนต์ วัสดุ ไปจนถึงงานพิมพ์ พร้อมเช็กลิสต์ก่อนสั่งผลิต
Table of Contents
ทั้งที่สินค้าปัง มีของดีท้ังนั้น แต่ลูกค้าไม่ค่อยซื้อ เพราะแพ็กเกจจิ้งดูธรรมดาเกินไป หลายคนที่ทำแบรนด์คงเคยปวดหัวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะแบรนด์เล็ก ๆ SME ที่มีงบจำกัด
ที่จริงแล้วกล่องจะสวยหรือดูแพง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคนิคเลิศเลอ ปั๊มฟอยล์ทอง หรือการทำกล่องราคาแพง กระดาษซับซ้อน แต่ต้องออกแบบให้เรียบหรู เข้ากับ Brand CI ของสินค้า สะอาดตา ดึงดูดสายตาให้ลูกค้าซื้อไปแล้วอยากหยิบกล่องขึ้นมาถ่ายคอนเทนต์

วิธีออกแบบทำกล่องสินค้าให้ดูแพง
1. ทำกล่องให้พอดีกับสินค้า
กล่องที่มีขนาดพอดีทำให้สินค้าดูเหมือนถูกออกแบบมาเป็นชุดเดียวกัน เมื่อเปิดกล่องแล้วสินค้าไม่กลิ้ง ไม่เอียง และไม่มีพื้นที่ว่างมากเกินไป ความรู้สึกโดยรวมจะดูเรียบร้อยและตั้งใจมากขึ้นทันที
หากมีสินค้าหลายขนาด อาจออกแบบกล่องขนาดกลางหนึ่งแบบ แล้วใช้ไส้กล่องช่วยจัดตำแหน่งสินค้า แทนการผลิตกล่องใหม่ทุกขนาด แต่ต้องทดลองให้แน่ใจว่ายังปกป้องสินค้าได้ดี
2. ลดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น
หนึ่งในวิธีทำให้กล่องแพ็กเกจจิ้งดูดีโดยไม่เพิ่มต้นทุน คือการลดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก
กล่องที่มีโลโก้ขนาดใหญ่ รูปสินค้าหลายรูป ข้อความหลายชุด ลวดลายเต็มพื้นที่ และใช้หลายฟอนต์พร้อมกัน อาจทำให้ลูกค้าไม่รู้ว่าควรมองจุดใดก่อน แม้จะลงทุนกับการพิมพ์มาก แต่ภาพรวมกลับดูไม่เป็นระบบ
3. จำกัดสีให้ชัดเจน
การใช้หลายสีไม่ได้ทำให้กล่องดูมีมูลค่ามากขึ้นเสมอไป หากงบน้อย ควรเลือกสีหลักหนึ่งสี สีรองหนึ่งสี และสีพื้นตามวัสดุของกล่อง
4. เลือกฟอนต์ให้น้อย แต่อ่านง่าย
ตัวอักษรเป็นองค์ประกอบที่มีผลต่อภาพลักษณ์มาก แต่ไม่ทำให้ต้นทุนวัสดุเพิ่มขึ้นโดยตรง แบรนด์จึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกฟอนต์และการจัดวางก่อนเพิ่มเทคนิคพิเศษ
ควรใช้ฟอนต์หลักประมาณหนึ่งถึงสองรูปแบบ เช่น ฟอนต์สำหรับชื่อแบรนด์และฟอนต์สำหรับรายละเอียด หลีกเลี่ยงการใช้ฟอนต์ตกแต่งหลายแบบในกล่องเดียว เพราะอาจทำให้งานดูไม่เป็นมืออาชีพ
วัสดุที่ช่วยเสริมความ Luxury ใช้แล้วติดแกลมมาก
1. กระดาษ Texture ผิวขรุขระ
วัสดุราคาแพงไม่ใช่คำตอบเดียวของกล่องที่ดูพรีเมียม กระดาษที่เหมาะกับสินค้าและพิมพ์ออกมาเรียบร้อยสามารถให้ภาพลักษณ์ที่ดีได้เช่นกัน เพราะกระดาษแต่ละตัวมีความสวยงามต่างกัน โดยมากเราอาจเห็นกล่องจากกระดาษอาร์ตการ์ดใช้กันแพร่หลาย แต่วันนี้เราจะมาแนะนำกระดาษ Texture ด้วย
กระดาษ Nettuno
กระดาษ Nettuno มีผิวเป็นริ้วคลื่น ใช้เส้นตรงหรือเส้นขวางก็ได้ สามารถเขียนด้วยดินสอหรือปากกาได้ ไม่แนะนำให้พิมพ์สีพื้นลงไป เพราะจะเสี่ยงสีตกร่อง และอาจทำให้ดูไม่แพง
กระดาษ Vellum
กระดาษ Vellum ผิวหยาบ แบรนด์น้ำหอมกับสกินแคร์นิยมใช้ ถ้าต้องการผิวกระดาษสีขาวไม่ติดเหลือง แต่มีเนื้อเดียวกัน แนะนำเป็นกระดาษ Nellum แทนก็ได้ สามารถเขียนด้วยดินสอหรือปากกาได้
กระดาษ Tintoretto
กระดาษ Tintoretto ผิวขรุขระ คล้ายผนังปูนหยาบ นิยมใช้ในงานวาดของศิลปิน สามารถเขียนด้วยดินสอหรือปากกาได้
กระดาษคราฟต์
กระดาษคราฟต์เหมาะกับแบรนด์รักษ์โลก สามารถเขียนด้วยดินสอหรือปากกาได้ สีน้ำตาลแบบนี้เหมาะกับการพิมพ์สีดำลงไป ไม่ต้องตกแต่งเยอะ จะได้ทั้งความเรียบและมินิมอล
2. การปั๊ม
หากเลือกใช้กระดาษ Texture ผิวขรุขระ โรงพิมพ์ Ampaper จะไม่สามารถเคลือบได้ เพื่อคงพื้นผิวของกระดาษไว้ จึงใช้การปั๊มแทน เช่น ปั๊มฟอยล์ทอง , ปั๊มฟอยล์เงิน , ปั๊มนูน หรือปั๊มจม ฯลฯ

สรุป
เทคนิคทำกล่องสินค้าดูแพงแม้งบน้อย ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มลูกเล่นให้มากที่สุด แต่อยู่ที่การเลือกให้เป็น ตั้งแต่ขนาดที่พอดี การใช้สีและฟอนต์อย่างมีระบบ เลือกกระดาษให้เหมาะ ไปจนถึงการลงทุนกับเทคนิคพิเศษเฉพาะจุด หากสนใจสั่งพิมพ์กล่องแพ็กเกจจิ้ง ปรึกษาน้องแอมได้ที่ Line @Ampaper และดูตัวอย่างงานอื่น ๆ ได้เลย

